
วัดเหมืองหม้อ รหัสวัด ๐๓๕๔๐๑๐๖๐๐๒ ตั้งอยู่ที่ บ้านเหมืองหม้อ เลขที่ ๑๑๑ หมู่ที่ ๘ ตำบลเหมืองหม้อ
อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ ๐๘ ๔๙๔๙ ๐๐๑๓ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

วัดเหมืองหม้อ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐ วัดเหมืองหม้อ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๑ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น การก่อสร้างในสมัยแรก เสนาสนะต่าง ๆ เช่น กุฏิ วิหาร หอไตร จะเป็นสถาปัตยกรรมศิลปะแบบมอญผสมไทยใหญ่ มีพุทธศิลป์อ่อนช้อยงดงามมากวัดหนึ่งในจังหวัดแพร่และภาคเหนือ เพราะต้นศรัทธาผู้สร้างในสมัยนั้นเป็นคหบดีชาวไทยใหญ่เมื่อกาลเวลาผ่านไปสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้ทรุดโทรมลง เมื่อถูกรื้อถอนแล้วปลูกสร้างขึ้นใหม่ จึงไม่เหลือศิลปะอันงดงามเหล่านั้นให้เห็น ปัจจุบันการก่อสร้างวิหารมักถือตามแบบสถาปัตยกรรมภาคกลาง

พัทธสีมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๗.๒ เมตร ยาว ๑๔.๕ เมตร ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อพ.ศ. ๒๕๐๐
ที่ดินที่ตั้งวัด เป็นโฉนดที่ดิน (น.ส. ๔ จ) เลขที่ ๓๑๓๕๕ มีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน ๕ตารางวา
ทิศเหนือ จดถนนสาธารณประโยชน์
ทิศใต้ ที่ธรณีสงฆ์
ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณประโยชน์
ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณประโยชน์
ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง มีเนื้อที่รวม ๒ ไร่ ๐ งาน ๒๒.๙๐ ตารางวา ได้แก่
โฉนดเลขที่ ๓๑๓๕๖ มีเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๒๑.๔๐ ตารางวา
โฉนดเลขที่ ๓๑๓๓๖ มีเนื้อที่ ๐ ไร่ ๒ งาน ๑.๕๐ ตารางวา
พระธาตุสะหลีปุงเมือง

ประวัติพระธาตุสะหลีปุงเมือง
หลังจากที่ท่านพระครูสิทธิธรรมโกวิท (จรัล จรณสมฺปัณโณ) ได้มรณะภาพ ครบ ๑๐๐ วันแล้ว พระครูชูศักดิ์ เขมปญฺโญ (อดีตเจ้าอาวาส) พร้อมด้วยคณะศรัทธาวัดเหมืองหม้อมีความพร้อมใจกันที่จะสร้างองค์พระธาตุตามที่ท่านพระครูสิทธิธรรมโกวิท (จรัล จรณสมฺปัณโณ) ดำริไว้ จึงได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่อครูบาสมจิต วัดแสล่ง อำเภอลอง ขอเมตตาหลวงพ่อมาเป็นองค์ประธานในการก่อสร้าง และในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เริ่มวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างพระธาตุจนสำเร็จบริบูรณ์ และได้ตั้งชื่อองค์พระธาตุว่า พระธาตุสะหลีปุงเมือง มีการเฉลิมฉลอง ในวันขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหนือ และได้ยึดถือเป็นงานมนัสการองค์พระธาตุสะหลีปุงเมืองประจำทุก ๆ ปี
พระประธานภายในอุโบสถ




ถาวรวัตถุภายในวัด
อุโบสถ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๖.๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๙ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
กุฏิสงฆ์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๑ เมตร จำนวน ๑ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้
นอกจากนี้มี หอระฆัง จำนวน ๑ หลัง หอกลอง จำนวน ๑ หลัง โรงครัว จำนวน ๑ หลัง
เรือนเก็บพัสดุ จำนวน ๑ หลัง
อุโบสถ



ปูชนียวัตถุ
- พระประธานประจำอุโบสถ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก กว้าง ๑๑๘ นิ้ว สูง ๑๑๘ นิ้ว
- พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก กว้าง ๑๑๘ นิ้ว สูง ๑๑๘ นิ้ว
ปูชนียวัตถุ อื่น ๆ พระธาตุสะหลีปุงเมือง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓
หอพระไตรปิฎก

ประวัติหอไตรวัดเหมืองหม้อ
หอพระไตรปิฎกวัดเหมืองหม้อ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ มีครูบาคัมภีสาร คมุภีโร เจ้าอาวาสวัดเหมืองหม้อ พร้อมคณะศรัทธาบ้านเหมืองหม้อร่วมกันสร้าง เพื่อใช้เก็บคัมภีร์ ใบลาน โดยมีสล่าพ่อวัง พรินทรากุล เป็นผู้ควบคุมการปลูกสร้าง และสร้างสำเร็จบริบูรณ์ดีในวันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๗
แบบแปลนของหอพระไตรปิฎกจากการบันทึกในสมัยขุนปราการกุมภ นายแคว่น บ้านเหมืองหม้อ (กำนัน) แบบแปลนของหอไตรเดิมยาว ๓ วา ๗ ศอก ปูพื้นไม้กระดานสูงตั้งแต่ผิวดินถึงพื้น ๑ วา ๒ ศอก แต่พื้นถึงหัวขื่อ ๑ วา ๒ ศอก แต่ขื่อถึงอกไก่ ๗ ศอก หลังคาเชิงชาย ๒ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ ช่อฟ้า ใบระกาและหน้าจั่วลงรักปิดทองประดับด้วยกระจก ยกพื้นล่างอีก ๑ ศอก ก่ออิฐถือปูนโบกด้วยปูนซีเมนต์ ยกหลังคาแต่พื้นตัวหอไตรเป็นระเบียงโดยรอบ ด้านละ ๓ ศอก ล้อมด้วยไม้ซี่ใช้เป็นที่เล่าเรียนพระปริยัติธรรม เสาข้างล่างเทเป็นคอนกรีต ข้างบนเสาไม้ ๖ ต้น


หอระฆัง

รายนามเจ้าอาวาสวัดเหมืองหม้อ
รูปที่ ๑ ครูบาอุปเสน
รูปที่ ๒ ครูบาสุวรรณ
รูปที่ ๓ พระครูมหาญาณสิทธิ์ (คันธา) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๖๑

ชีวประวัติครูบาคันธาคนฺธรโส
สถานที่กำเนิด ครูบาคันธา คนฺธรโส(พระครูมหาญาณสิทธิ์) ถือกำเนิดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๘๔ ที่บ้านเหล่าแขวงเหมืองหม้อ (บ้านเหล่าเดิมคือ บ้านหมู่ที่ ๓ บ้านพ่อทอง-แม่สม ผัดผ่อง (ปัจจุบันคือบ้าน นางจันทรา (แต้ม) นิพันธกุศล) ปัจจุบันบ้านเหมืองหม้อ หมู่ที่ ๘ เป็นบุตรคนสุดท้องของพ่อเจ้าหนานปินตาณน่านกับแม่จันทร์เป็ง มีพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ๔ คน ๑.แม่บัวเขียว เหมืองหม้อ ๒.น้อยพิจจ๊ะ เหมืองหม้อ ๓.พ่อสุนันทะเสน เหมืองหม้อ ๔.ครูบาคันธา คนฺธรโส (ตามประวัติเล่าสืบทอดกันมาว่าเจ้าหนานปินตา ณ น่าน (เป็นลูกของท้าวมหาขนัน ณ น่าน) ได้แต่งงานกับสาวงามคนหนึ่งที่บ้านป่าจ๋ำ (บ้านทุ่งน้ำใส) มีลูกหนึ่งคน คือ พ่อหนานอุปลี และเปลี่ยนนามสกุล ณ น่าน เป็นเหมืองหม้อและเข้าใจว่าเป็นต้นตระกูลของผู้ใช้นามสกุล พรินทรากุล)
ประวัติการบวชเรียน
ครูบาคันธา คนฺธรโส (พระครูมหาญาณสิทธิ์) เมื่ออายุได้ ๑๑ ได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมี ครูบาสุวรรณ เจ้าอาวาสวัดเหมืองหม้อ เป็นพระบรรพชาจารย์ เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ได้ไปศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสำนักวัดสูงเม่น ถวายตัวเป็นศิษย์ของครูบากัญจอรัญญวาสีมหาเถระ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระบาลีและพระปริยัติธรรม จนมีความรู้แตกฉาน เป็นที่รักใคร่ของครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถระ และได้มีโอกาสเดินธุดงค์ไปประเทศพม่ากับครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถระ พออายุได้ครบบวชจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุนาม พระคันธา คนฺธรโส พระครูมหาญาณสิทธิ์ (ครูบาคันธา คนฺธรโส) เป็นพระเถระรูปแรกของวัดในแขวงเหมืองหม้อ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นที่ พระครูมหาญาณสิทธิ์ รองแขวงเมืองแพร่
(รองเจ้าคณะจังหวัดแพร่) พัดยศที่ได้รับพระราชทานของครูบาคันธาพิเศษกว่าใคร ๆ ตรงที่ประดับมุกผ้าสังฆาฏิที่ได้รับพระราชทานมีตราแผ่นดินประทับอยู่ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ พระครูมหาญาณสิทธิ์ (ครูบาคันธา คนฺธรโส) ได้มรณะภาพ สิริอายุ ๗๗ พรรษา ๕๗
ประวัติและผลงาน พระครูมหาญาณสิทธิ์ (ครูบาคันธา คนฺธรโส )
- เดินธุดงค์ติดตามพระอาจารย์ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถระไปประเทศพม่าเพื่อศึกษาธรรมะ
- เป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์วัดสะเปา (วัดสำเภา) วัดป่าแดด (วัดปทุม) วัดน้ำชำ
- เริ่มก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลสอนภาษาไทยขึ้นเป็นแห่งแรกของตำบลเหมืองหม้อ ร่วมกับขุนปราการกุมภ
นายแคว่น (กำนัน) เหมืองม่อ พ.ศ. ๒๔๕๗-๒๔๕๘
- สมเด็จพระสังฆราชสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จมาเป็นองค์ประธานพิธีเปิด
ป้ายโรงเรียน เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๕
รูปที่ ๔ ครูบาคำภีรสาร คมฺภีโร (ปวง) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๗
รูปที่ ๕ พระครูกวีชัยวัฒน์ (ก๋าใจ) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๙
รูปที่ ๖ พระครูสิทธิธรรมโกวิท (จรัล) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๗
รูปที่ ๗ พระครูปลัดชูศักดิ์ เขมปญฺโญ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๒
รูปที่ ๘ พระครูรัตนสุขวัฒก์ (อินแก้ว สุขวฑฺฒโน) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ ถึงปัจจุบัน
พระครูรัตนสุขวัฒก์
เจ้าอาวาส / เจ้าคณะตำบลเหมืองหม้อ

ซุ้มประตู







ศาลาสิทธิธรรมรัฐราษฎร์บำรุง

สำงานเจ้าคณะตำบลเหมืองหม้อ

อาคารเสนาสนะ




