วัดสารภี

ประวัติวัดสารภี
เลขที่ ๘๕ หมู่ที่ ๕ ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
ความหมายของชื่อวัด
มีผู้สันนิฐานว่า ตั้งตามชื่อต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ต้นหนึ่งที่ขึ้นอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของวิหารหลังปัจจุบัน (ยึดวิหารเป็นศูนย์กลางของวัด) ที่เรียกกันทั่วไปว่า “ ต้นสารภี “หรือ ต้นดอกสารภี มีขนาดใหญ่ ขนาด ๓ คนโอบ สูงประมาณ ๑๐ – ๒๐ เมตร มีกิ่งก้านสาขาแข็งแรง มีลักษณะเป็นพุ่มกว้างมีความร่มรื่น ลำต้นมีเปลือกหุ้มค่อนข้างหนา เนื้อไม้แข็งและเหนียวพอสมควร มีใบสีเขียวเข้มยาวเรียวประมาณ ๑๐ – ๒๐ เซนติเมตร ดอกมีสีขาว ดอกมีเกสรสีเหลือง ออกดอกตามลำต้นและกิ่งก้านออกดอกประมาณเดือน กุมภาพันธ์ ถึง เดือน เมษายน สีของผลขณะยังดิบจะมีสีเขียวเข้ม และเมื่อสุกจะมีสีเหลืองอมส้ม เปลือกผลหนามียางสีขาวมีรสขมและเบื่อเมา เนื้อในผลบางๆ มีสีเหลืองคล้ายเนื้อมะละกอสุกมีรสหวานอมเปรี้ยวรับประทานได้ ต้นสารภีมีคุณประโยชน์ เช่น เปลือก มีรสฝาด ใช้เป็นยาแก้ท้องร่วง ดอก มีกลิ่นหอมเย็น ใช้ทำน้ำอบ ใช้ทำยาบำรุงหัวใจ เนื้อไม้ มีความแข็งแรงใช้งานก่อสร้างและทำเฟอร์นิเจอร์ได้ ปลูกไว้ให้ร่มเงาได้ดีขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด หรือตอนก็ได้

ปัจจุบันต้นสารภีดังกล่าว ล้มไปแล้วเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๕ โดยวงตะภัยยังคงเหลือแต่ต้นเล็กที่รองลงมาขนาด ๑ คนโอบ ที่ปลูกขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยสามเณรศรีวัย สุปินนะในขณะ2 นั้น อยู่ทางทิศใต้ ของวิหารและมีต้นเล็กๆ อีกหลายต้นที่ปลูกขึ้นใหม่ในสมัยต่อมา



ความเป็นมาของชื่อวัด
วัดสารภี มีชื่อเรียกหลายชื่อตามยุคตามสมัย เช่น วัดสันสารภี บ้าง, วัดบุปผารามสารภีบ้างวัดสารภีหลวงบ้าง ดังปรากฏตามที่มีผู้จารึกไว้ตามคัมภีร์ ต่าง ๆ เท่าที่ค้นพบที่มีอยู่ที่วัด เช่น ในปีจุลศักราช ๑๑๘๕ (พ.ศ. ๒๓๖๖) มีผู้จารึกไว้อยู่ในคัมภีร์กรรมวาจาตอนท้ายเป็น ภาษาล้านนาว่า “อริยะภิกขุ ลิกขิตตะป่างเมื่ออยู่สำราน (สำราญ) วัดสันสารพี (สารภี) วัดสารภีขึ้นอยู่ในเขตปกครอง หมู่ที่ ๙ ต.ทุ่งปี้ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ต่อมา พ.ศ. เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ ทางการปกครองโดยกระทรวงมหาดไทยได้แบ่งอำเภอสันป่าตอง ๑ กิ่ง คือ กิ่งอำเภอแม่วาง พ.ศ. ๒๕๓๗ ยกฐานกิ่งอำเภอแม่วางเป็น อำเภอแม่วางวัดสารภีขึ้นอยู่ในเขตปกครอง หมู่ที่ ๕ ต.ทุ่งรวงทอง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
