

พระประธานประจำอุโบสถ
วัดบ้านดอนมากมาย




อุโบสถ
วัดบ้านดอนมากมาย


ประวัติความเป็นมาของวัดบ้านดอนหมากมาย
วัดบ้านดอนหมากมาย ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลคำเจริญ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๕ ชาวบ้านดอนหมากมายโดยการนำของพ่อใหญ่เคน สุขช่วย นายชา รวยทรัพย์ และผู้ใหญ่หมุน ทุมมา พร้อมด้วยทายกทายิกาและชาวบ้านดอนหมากมาย ได้พร้อมใจร่วมมือกันก่อสร้างวัดขึ้น เนื่องจากการสัญจรไปมาลำบากและไกลจากวัด ที่จะไปทำบุญในวันพระ จากนั้นได้ไปกราบนิมนต์ พระอาจารย์จำปา มาเป็นประธานที่พักสงฆ์วัดบ้านดอนหมากมายเป็นรูปแรก จากนั้นชาวบ้านได้ทำนุบำรุงก่อสร้างเสนาสนะมาโดยตลอด ทั้งยังมีญาติโยมให้ความศรัทธาถวายที่ดินเพิ่มอีกจำนวน ๕ แปลง คือ นางเขี่ยม หินนาค ๔ ไร่ ๑ งาน ๒๐ ตารางวา
นายเพ็ง- นางเที่ยม กาสา ๑ ไร่ ๕๐ ตารางวา นายสมศรี-นางบุญเพ็ง สิ้นภัย ๑ ไร่ ๑ งาน นายจันทร์-นางแดง ลัดดา ๑ ไร่ ๑ งาน ๔๐ ตารางวา นายผัน-นางสมใจ สิถิลวรรณ ๑ ไร่ ๑ งาน ๒๐ ตารางวา การขอขึ้นทะเบียนวัดในขณะนั้นยังไม่สมบูรณ์ และวัดก็ได้รับการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีภิกษุอยู่จำพรรษาจากพระพุทธศาสนาแห่งชาติโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเป็นวัดที่ถูกต้องสมบูรณ์ เมื่อวันที ๔ กันยายนพ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งท่านพระอาจารย์ชัยสิทธิ์ กิตฺติปญฺโญ ในขณะนั้นได้ทำเรื่องขอขึ้นทะเบียนวัดให้ถูกต้องเป็นผลสำเร็จ และชาวบ้านได้ทำนุบำรุงวัดมาโดยตลอด ทั้งยังมีพระสงฆ์มาอยู่จำพรรษาในวัดแห่งนี้ทุกปี
โดยมีรายนามพระระดับปกครองสืบๆต่อกันมาดังต่อไปนี้ คือ
๑. พระอาจารย์จำปา พ.ศ. ๒๔๖๕ ถึง ๒๔๗๖
๒. หลวงปู่พุด พ.ศ. ๒๔๗๖ ถึง ๒๔๙๖
๓. หลวงปู่พัน พ.ศ. ๒๔๙๖ ถึง ๒๕๐๕
๔. หลวงปู่บุตร พ.ศ. ๒๕๐๕ ถึง ๒๕๒๑
๕. พระอาจารย์เริ่ม ปภากโร พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึง ๒๕๒๔
๖. พระอาจารย์หนั่น พ.ศ. ๒๕๒๔ ถึง ๒๕๒๔
๗. พระครูกิตติวัชโรบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ถึงปัจจุบัน
โดยท่านพระครูกิตติวัชโรบล ได้รับพระราชทินนามในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ วัดมีพระอยู่จำพรรษาไม่เคยขาด มีไวยาวัจกรทั้งหมด ๔ คน คือ พ่อใหญ่บุญมี วามะชาติ นายพัน ลัดดา นายผัน สิถิลวรรณ และนายศรีบุญเลิศ ฟองลม ทางวัดและชาวบ้าน และได้พร้อมใจกันก่อสร้างอุโบสถขึ้นและได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ ในขณะนั้นยังไม่แล้วเสร็จ ปัจจุบันด้วยความร่วมมือของผู้มีจิตศรัทธาโดยนำปัจจัยในการทอดบุญกฐินบุญทอดผ้าป่าเพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถวัดบ้านดอนมากมายจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และได้ประกอบพิธีปิดทองฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมาในวันที่ ๒๗-๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ เพื่อใช้ในการทำสังฆกรรมของพระสงฆ์ วัดบ้านดอนมากมายและชาวบ้านยังคงให้ความร่วมมือร่วมใจกันในการทำนุบำรุงให้วัดแห่งนี้เจริญรุ่งเรือง เป็นสถานที่ให้สาธุชนได้มาร่วมทำบุญและประกอบศาสนกิจในวันสำคัญ ๆ สืบต่อไป
ประวัติวัดบ้านดอนมากมายนี้ ได้จัดเรียบเรียงข้อมูลโดย
( พระครูกิตติวัชโรบล )
เจ้าอาวาสวัดบ้านดอนมากมาย
หมายเหตุ เรียบเรียงเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖
ต้นหมากมายหน้าอุโบสถ
เหลืออยู่เพียงต้นเดียวในบ้านดอนหมากมาย

ศาลาการเปรียญ
วัดบ้านดอนมากมาย




พระประธานประจำศาลาการเปรียญ
วัดบ้านดอนมากมาย

มณฑปพระอาจารย์เริ่ม ปภากโร
วัดบ้านดอนมากมาย

รูปเหมือนพระอาจารย์เริ่ม ปภากโร
วัดบ้านดอนมากมาย

หอระฆัง
วัดบ้านดอนมากมาย

พระครูกิตติวัชโรบล
เจ้าอาวาส
วัดบ้านดอนมากมาย

ประวัติพระครูกิตติวัชโรบล
ชื่อพระครูกิตติวัชโรบล ฉายา กิตฺติปญฺโญ สังกัดมหานิกาย ชื่อเดิม ชัยสิทธิ์ นามสกุล ทูลธรรม
วัดบ้านดอนมากมาย บ้านดอนหมากมาย ตำบลคำเจริญ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี
ชาติภูมิ
เกิดวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๐ ณ บ้านโนนใหญ่ เลขที่ ๓๓ หมู่ที่ ๓ ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี รหัสไปรษณีย์ ๓๔๑๕๐ เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย
นามบิดา นายสมบูรณ์ ทูลธรรม นามมารดา นางสา ทูลธรรม เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ
ก่อนบรรพชาอุปสมบท
บรรพชาที่วัดศรีอุดร ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
- พระครูบวรรัตนคุณ วัดอัมพวัน ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบทที่วัดศรีอุดร ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
- พระครูบวรรัตนคุณ วัดอัมพวัน ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอุปัชฌาย์
- พระครูวิจิตรศาสนคุณ วัดศรีอุดร ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
- พระครูวิบูลสุตการ วัดศรีบูรพา ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ใบสุทธิเลขที่๔๑/๒๕๔๙ ออก ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ความสามารถพิเศษ เป็นนักเทศน์
วิทยฐานะการศึกษาสามัญ
สำเร็จการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ โรงเรียนอุบลวิทยากร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
การศึกษาพระปริยัติธรรม สำเร็จนักธรรมชั้นเอก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ ที่สำนักเรียนวัดไชยาติการาม บ้านโพนเมือง ตำบลไม้กลอน อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ
- เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านดอนมากมาย เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
- ได้รับพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท เมื่อวันที่ ๕ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
- ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอคณะการพืชผลเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
การพัฒนาศาสนวัตถุในวัดบ้านดอนมากมาย มีการสร้างอุโบสถ กุฏิ สร้างหอระฆัง สร้างห้องน้ำ ซุ้มประตู ซ่อมแซมศาลาการเปรียญหลาย ๆ ส่วน

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
วัดบ้านดอนมากมาย

ซุ้มประตู
วัดบ้านดอนมากมาย



หมู่บ้านดอนหมากมาย
บ้านดอนหมากมายเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีประชากรอาศัยอยู่ในปีปัจจุบ้น ๒๕๖๘ ประชากร ๔๙๑ คน ชาย ๒๔๙ คน หญิง ๒๔๒ คน มีวัด ๒ วัด โรงเรียน ๑ แห่ง ประปาหมู่บ้าน ๑ ที่ ทำเลที่ตั้งหมู่บ้านเป็นพื้นที่ดอนลักษณะของดินเป็นดินปนหินลูกรังและทรายบางแห่งเป็นหินดินดาน ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ อพยพมาจากท้องถิ่นอื่น ๆ มีน้อยมาก นับถือศาสนาพุทธทั้งหมด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร
หมู่บ้านตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยถ้ำแข้หมู่บ้านอยู่ติดกับริมน้ำของอ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยถ้ำแข้อยู่ติดกับถนนสายตระการ-เขมราฐ ตัวหมู่บ้านห่างจากเขตเทศบาลตำบลตระการพืชผล ๓-๔ กิโลเมตร ก่อนนั้นหมู่บ้านนี้อยู่ในเขตปกครองท้องที่ตำบลขุหลุ ต่อมาตำบลคำเจริญโอนหมู่บ้านจากตำบลขุหลุ จำนวน ๘ หมู่บ้าน รวมหมู่บ้านดอนหมากมาย มาอยู่ในเขตปกครองของท้องถิ่น ตำบลคำเจริญ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๔
บุคคลสำคัญในหมู่บ้านในอดีตและปัจจุบัน
- นาย บุญมี วามะชาติ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ,ปัจจุบันเป็นไวยาวัจกรวัด(เสียชีวิตแล้ว)
- นาย พัน ลัดดา อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ,ปัจจุบันเป็นไวยาวัจกรวัด
- นาย บุญมี ลัดดา อดีต ส.อ.บ.ต.คำเจริญอดีต ผญบ.ปัจจจุบันเป็นผช.ผญบ.
- นาย อุดร สิ้นภัย อดีต ส.อ.บ.ต.คำเจริญ
- นาย ทินกร วามะชาติ อดีตส.อ.บ.ต.คำเจริญ
- นาย เฉลิมพล สิ้นภัย อดีตส.อ.บ.ต. ปัจจุบันเป็นส.อบต.บ้านกุงคำเจริญ
- นาย วิเชียร สิ้นภัย อดีตผช.ผญบ. ปัจจุบันเป็นผญบ.ดอนหมากมาย
- นาย บุญเพ็ง พันแสน อดีตผช.ผญบ. ดอนหมากมาย
- นาย สมศรี สิ้นภัย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเจริญ
- นายชัยวัฒน์ กาสา ส.อบต.คำเจริญปัจจุบันรองประธานสภาอบตฺคำเจริญ
- นายสนอง สิ้นภัย ผช.ผญบ.ดอนหมากมาย ปัจจุบัน
- นายบัณฑิต วามะชาติ อดีต ผญบ.ดอนหมากมาย ปัจจุบันเป็นประธานสภาองค์บริหารส่วนตำบลคำเจริญ
ประวัติการตั้งหมู่บ้านดอนหมากมาย
ย้อนหลังไปเมื่ออดีตกาลประมาณ ๑๐๒ ปี ผืนดินบริเวณที่เป็นหมู่บ้านดอนหมากมายปัจจุบันนี้ยังเป็นที่รกร้างว่างเปล่า อยู่ติดกับท้องทุ่งนา ผืนกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งอยู่ทางทิศบรูพาหรือตะวันออกของหมู่บ้าน ท้องทุ่งนามีอาณาบริเวณแผ่ไปจนจรดริมฝั่งลำธารสายหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า “ห้วยถ้ำแข้” ผู้เป็นเจ้าของที่นาในสมัยโน้นยังไม่มีผู้ใดได้รับเอกสารสิทธิ์จากทางราชการเจ้าของที่นาได้ครองครองกรรมสิทธิ์มาก็ด้วยการเข้าจับจองถากถางบุกเบิกด้วยแรงกาย ด้วยหยาดเหงื่ออย่างเหน็ดเหนื่อย หลังสู้ฟ้าหน้าสู่ดินสองเท้ายืนหยัดกัดฟันใช้สองมือถือจอบขุดก่นฟื้นดินเป็นคันนาเป็นไร่นาเพื่อปลูกข้าวกล้าให้เจริญเติบโต เป็นต้นเป็นรวงเป็นเมล็ดเลี้ยงชีวิตตัวเองและสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนเผื่อแผ่แก่บุคคลอาชีพอื่น ๆ เช่นพ่อค้าข้าราชการเป็นต้น เจ้าของที่นาผืนนั้นมีอยู่ด้วยกัน ๕-๖ คนแต่ละคนมิใช่ว่ามีบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านนี้แต่ เจ้าของที่นานั้นมีบ้านเรือนอยู่ห่างจากที่นาของตนเองทุกคน ระยะทางจากผื่นนาถึงบ้านเรือนอยู่ก็ใช่ว่าจะใกล้แต่อยู่ห่างไกลตั้งแต่ ๘-๑๐ กิโลเมตรเห็นจะได้ เพราะบ้านเรือนของท่านเหล่านั้นอยู่ที่ “บ้านทม” ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานีเรานี้เอง การเดินทางจากบ้านเรือนมาทำงานที่แปลงนาก็มิใช้ว่า จะสะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ แต่ต้องบุกป่าฝ่าดอน บุกน้ำข้ามห้วย ลุยน้ำ ลุยโคลน กรำแดนกรำฝน ลำบากแสนสาหัส จะหาสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนปัจจุบันนี้ไม่มีเลย ดังนั้นเมื่อย่างเข้าฤดูฝนถึงหน้าทำนา หัวหน้าครอบครัวจะต้องมาจัดเตรียมสร้างกระท่อมเพิงพักไว้ในที่นาของตน เพื่อที่จะใช้เป็นที่อยู่หลับนอนตลอดฤดูทำนา จะต้องอพยพครอบครัว ขนย้ายอุปกรณ์สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิตมาให้พร้อมสรรพ. นอกจากนี้ก็มีเครื่องมือในการทำนา เช่น คราด ไค จอบเสียม รวมทั้งสัตว์เลี้ยงต่างๆ ทั้งที่เลี้ยงไว้ใช้งาน เช่น โค, กระบือ, และสัตว์ที่เลี้ยงไว้เป็นอาหาร เช่น หมู เป็ด ไก่ เป็นต้น ในการทำนาแต่ละปีสมัยนั้นนับว่าเป็นเรื่องยุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเที่ยวไปเที่ยวมาแบบไปเช้าเย็นกลับก็คงไม่ไหว เพราะการทำนาสมัยนั้น อาศัย น้ำฝนจากธรรมชาติอย่างเดียว บ้านเมืองยังไม่เจริญ ไม่มีหน่วยงานของทางราชการที่จะคอยเตือนภัย ไม่มีกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่รู้ว่าวันไหน ฟ้าจะร้อง ฝนจะตก วันไหนจะเกิดพายุโหมกระหน่ำ ถ้าเกิดวันไหนคืนไหนฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก น้ำห้วย เต็มฝั่งก็ไม่สามารถจะไปทำนาได้จะต้องรอให้น้ำลดเสียก่อน ก็จะทำให้เสียโอกาสเสียเวลา ทำงานในแปลงนาด้วยเหตุเหล่านี้ เจ้าของที่นาที่มีหลักฐานบ้านเรือนอยู่ที่บ้านอื่นหรืออยู่ห่างไกลจะต้องอพยพครอบครัวมาอาศัยกินอยู่หลับนอนที่กระท่อมเพิงพักของตนเองที่สร้างขึ้นเพื่อจะได้สะดวกในการทำงานในนา ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานพอสมควร คือ จากฤดูฝน จนกระทั่งย่างเข้าฤดูหนาว จึงจะเก็บผลผลิตข้าวจากท้องนาเสร็จสิ้น เพราะฉะนั้นกระท่อมเพิงพักหรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า “ เถียงนา”นั้น ก็จะต้องทำให้มั่นคงแข็งแกร่ง คุ้มแดดคุ้มฝนกันพายุแรงกล้า และลมหนาวพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงได้ถ้า “เถียงนา” ไม่มั่นคงแข็งแรง อาจทำให้ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติต่างๆ ได้ เช่น อุทกภัย วาตภัย หรือบางครั้งบางคราวโชคร้ายอาจโดนผู้ร้ายอ้ายขโมย หรือโดนโจรปล้นก็ยังเคยมี
ข้อมูลจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านบอกเล่าต่อๆ กันแบบปากต่อปากมาว่า บุคคล คนแรกที่เริ่มมาปลูกสร้างบ้านเรือนหลังแรก ณ ที่ดิน ที่เป็นบ้านดอนหมากมายปัจจุบันนี้คือ พ่อใหญ่เคน สุขช่วย อพยพครอบครัวมาจากบ้านขาม ตำบลคอนสายอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี พ่อใหญ่เคน มาปลูกบ้านในที่ดินหัวไร่ปลายนา ของตนเองอยู่ครอบครัวเดี่ยวเมื่อประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ อีกสองสามปีต่อมา พวกที่มีผืนนาอยู่ใกล้ ๆ และติดกันกับพ่อใหญ่เคนก็ทยอยอพยพมาปลูกบ้านเรือนอยู่ใกล้กัน ไม่ถึงห้าปีก็มีกลุ่มบ้านเรือนอยู่ที่นั้นรวมหกหลังคาเรือนหรือ หกครอบครัว ซึ่งอพยพมาจากบ้านทมทั้งหมด ดังมีรายนาม บรรพบุรุษ “รุ่นแรก” ที่มาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ร่วมกันดังนี้
๑. ครอบครัวของ นายเคน สุขช่วย
๒. ครอบครัว ของนางดา ไม่ทราบนามสกุล
๓. ครอบครัวของ นางเคน ไม่ทราบนามสกุล
๔. ครอบครัวของ นางรด ไม่ทราบนามสกุล
๕. ครองครัวของ นายลา สิ้นภัย
๖. ครอบครัวของ นางมี สำเภา
ที่ดินที่ บรรพบุรุษ ทั้งหก ปลูกสร้างบ้านเรือนครั้งนั้นมีลักษณะเป็นที่ดอนอยู่สูง จากระดับน้ำตามทุ่งนา บริเวณนั้นยังมีป่าอยู่หนาแน่ มีต้นไม้หลายชนิดแย่งกันชูยอด ชูกิ่งก้านสาขาขึ้นรับแสงอาทิตย์ เช่น ต้นพลวง ที่ชาวบ้านอีสานเรียกว่า ต้นกุงนอกจากนี้ ก็มีต้นชาติ ซึ่งต้นไม่เหล่านั้นเป็นไม่ยืนต้นขนาดสูงใหญ่พ่อใหญ่เคนจึงมาเลือกปลูกบ้านเรือนอยู่แถวริมป่าทีมีต้นไม้ขนาดย่อม ถ้าเกิดพายุฝนก็จะไม่เป็นอันตรายต่อบ้านเรือน กลุ่มขนาดย่อม ต้นไม้เหล่านั้น ชาวอีสานเรียกบานกันว่า “ต้นหมากมาย” เมื่อผู้คนจากบ้านอื่นๆ ผ่านไปผ่านมาเห็นหมู่บ้านนี้ จึงเรียกชื่อตามทำเลที่ตั้งบ้านเรือนนั้นว่า “บ้านดอนหมากมาย” สืบต่อกันมาตลอด แบบปากต่อปากกันไปแต่ยังมีบางข้อมูลที่ขัดแย้งเรื่องชื่อหมู่บ้านนี้ว่า คำว่าดอนหมากมายนั้นมีผู้พยายามมาเปลี่ยนที่หลัง ความจริงแล้ว หมู่บ้านนี้มาตั้งครั้งแรก อยู่ที่พื้นที่หรือบริเวณที่มีดอนอยู่มากมายก่ายกอง หรือ บริเวณที่มีดอนมากมายหลาย หมู่บ้านนี้จึงมีชื่อว่า “ดอนมากมาย” แต่ในความคิดหรือจากการวิเคราะห์ดูแล้วคนส่วนมากไม่เชื่อว่า “บรรพบุรุษ” รุ่นแรก นั้นจะรู้จักพูดเปรียบเทียบคำภาษาท้องถิ่นอีสานกับภาษากลางได้ ระหว่างคำว่า “หลาย” กับ “มาก” ที่จะตั้งชื่อหมู่บ้านที่มีดอนหลายว่าเป็นชื่อ “บ้านดอนมากมาย” นั้นเป็นเรื่องยากที่วิเคราะห์ เช่นนี้ ใช่ว่า จะดูหมิ่นดูแคลน “บรรพบุรุษ” ก็หาไม่ แต่บุคคลที่ให้ข้อมูลขัดแย้งนี้นั้น คงจะเข้าใจผิดแน่นอน
เมื่อทั้งหกครอบครัวได้มาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี้นานหลายปีก็มีครอบครัวอื่นๆ ที่มีนาอยู่ทางนี้ อพยพมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่กับ บ้านทั้งหกหลังรวมได้ สิบสี่หลังคาเรือนดังนี้คือ
ครอบครัวที่ ๗ ครอบครัวของ นายเมือง นารักษ์
ครอบครัวที่ ๘ ครองครัวของ นายหมูน ทุมมา
ครอบครัวที่ ๙ ครอบครัวของ นายรด ซ่อมวงศ์
ครอบครัวที่ ๑๐ ครอบครัวของ นายจันถัน ไม่ทราบนามสกุล
ครอบครัวที่ ๑๑ ครอบครัวของ นายชา รวยทรัพย์
ครอบครัวที่ ๑๒ ครอบครัวของ นายใส นางเต็ม ลัดดา
ครอบครัวที่ ๑๓ ครอบครัวของ นายปา ไม่ทราบนามสกุล
ครอบครัวที่ ๑๔ ครอบครัวของ นายพัน คอนหล้า
เมื่อมีบ้านเรือนและจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นหลากหลังแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการปกครองท้องที่ และเพื่อความสะดวกในการปกครองดูแลหมู่บ้าน ทางอำเภอโดยนายอำเภอและคณะกรรมการฝ่ายปกครองจึงได้ประกาศแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้นเพื่อปกครองดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรในหมู่บ้าน ตลอดจนเป็นผู้ประสานงานความสัมพันธ์กับทางตำบลอำเภอ บุคคลแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้านดอนหมากมาย และคนต่อๆมาจนถึงปัจจุบัน เรียงตามลำดับดังนี้คือ
๑. นายเคน สุขช่วย
๒.นายเมือง นารักษ์
๓. นายมา หินนาค
๔.นายคำมี สิ้นภัย
๕.นายวิชัย วามะชาติ
๖.นายบัณฑิต วามะชาติ
๗.นายบุญมี ลัดดา
๘. นายวิเชียร สิ้นภัย คนปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลง ครั้งสำคัญของหมู่บ้านดอนหมากมาย
บ้านดอนหมากมายเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ๒ ครั้ง ถ้าไม่จารึกไว้ในประวัตินี้ อาจทำให้ อนุชน ที่เกิดรุ่นหลัง จากการเปลี่ยนแปลง ไม่รู้ไม่ทราบรายละเอียดถึงความเป็นมาเป็นไปของหมู่บ้าน ดังนั้นจึงของชี้แจงรายละเอียด พอสังเขปให้ทราบเพื่อประดับความรู้ไว้ ไม่เสียชื่อที่ได้เกิดในหมู่บ้านดอนหมากมายดังนี้คือ
๑. การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์ของหมู่บ้าน แรกก่อตั้งหมู่บ้านมาจนถึงปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ – ๒๕๒๗ สภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของหมู่บ้านดอนหมากมายไม่ได้เป็นเหมือนเช่นทุกวันนี้ กล่าวคือ หมู่บ้านนี้อยู่สองฟากถนนสายตระการ-เขมราฐ ถนนทอดตัวมาจากทางทิศใต้มุ่งตรงขึ้นเหนือผ่านกลางหมู่บ้านขึ้นสู่อำเภอเขมราฐ อำเภอตระการพืชผลด้านตะวันออก ด้านด้านทิศใต้ ทิศเหนือ ของหมู่บ้าน ล้อมรอบด้วยท้องทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาล ด้านทิศตะวันตก มีทุ่งนาคละกับป่าดอนป่าละเมาะเป็นระยะหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นมา เมื่อกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ ๕ อุบลราชธานี ได้มาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยถ้ำแข้ที่บ้านม่วงเดียด สำเร็จเสร็จสิ้น ปิดเก็บกักน้ำประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ เป็นต้นมา ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์ของหมู่บ้านคือถนนสายตระการพืชเขมราฐ ช่วงเหนือบ้านม่วงเดียดขึ้นไปถึงบ้านดอนหมากมาย ก็ถูกน้ำเอ่อล้นไม่สามารถสัญจร ผ่านไปมาได้ทั้งผู้คนและยานพาหนะทุกชนิด ยกเว้นจะใช้เรือ บ้านเรือนเรือกส่วนไร่นาของชาวบ้านก็ถูกน้ำท่วมไปเป็นจำนวนมาก หลายครอบครัวต้องไปหาซื้อที่ทำกินใหม่ หลายครอบครัวก็ต้องรื้อบ้านเรือนไปปลูกสร้างที่อื่นที่น้ำท่วมไม่ถึง แม้ว่าทางราชการโดยทางโครงการอ่างเก็บน้ำจะอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ แต่ก็ทำให้คนส่วนน้อยต้องเป็นผู้สูญเสียความรู้สึกทางด้านจิตใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าชาวบ้านจะรับค่าตอบแทนเป็นการชดเชย แต่ก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่สูญเสียไปผลได้ไม่เท่าผลเสีย ถนนหนทางสายหลักที่ผ่านใจกลางหมู่บ้าน ก็ใช้การไม่ได้ ต้องสร้างถนนใหม่ แยกจากถนนสายเดิมช่วงตอนใต้บ้านม่วงเดียดอ้อมไปทางตะวันตก เสียบเลาะไปตาม ริ่มฝั่งน้ำชลประทานห่างจากหมู่บ้าน ดอนหมากมายไกลออกไปกิโลเมตรเศษๆ แล้วจึงอ้อมโค้งไปเหนือหมู่บ้านดอนหมากมายวกเข้าสู่ถนนสายเดิมดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ รอบๆหมู่บ้านก็ถูกน้ำล้อมรอบเกือบจะกลายเป็นเกาะ ด้วยเพราะเหตุดังกล่าวมานี้ จึงเรียกว่า สภาพทางภูมิศาสตร์ของหมู่บ้านเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก
๒. การเปลี่ยนแปลงสังกัดเขตการปกครองของตำบล ก่อนนี้บ้านดอนหมายมาย อยู่ในเขตการปกครองของตำบลขุหลุ ซึ่งเป็นตำบลที่ตั้งของตัวอำเภอตระการพืชผล แต่ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ก็มีประกาศของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยเรื่องตั้งและกำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี โดยคำสั่งประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประกาศตั้งตำบลคำเจริญขึ้นใหม่ ให้มีเขตการปกครอง ของตำบลคำเจริญ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา