




วัดพงษ์สุนันท์ รหัสวัด ๐๓๕๔๐๑๐๑๐๐๖ ตั้งอยู่ที่ชุมชนวัดพงษ์สุนันท์ เลขที่ ๑ ถนน คำลือตำบล ในเวียง อำเภอ เมืองแพร่ จังหวัด แพร่ โทรศัพท์ – สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๓๑.๔๐ ตารางวา เป็นโฉนดที่ดิน (น.ส. ๔ จ) เลขที่ ๑๖๖๙๔ พัทธสีมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙

วัดพงษ์สุนันท์ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๑๔๗๒ สันนิษฐานว่าวัดพงษ์สุนันท์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าพรหม ซึ่งเป็นกษัตริย์ไทยองค์แรก ที่ทรงกู้เอกราชได้จากขอมและตั้งอาณาจักรไทยขึ้นใหม่ เมื่อราว พ.ศ. ๑๔๐๐ ก่อนอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นยุคสร้างบ้านแปงเมือง พ.ศ. ๑๓๕๐-๑๘๒๖ (หนังสือประวัติศาสตร์เมืองแพร่ ฉบับที่ พ.ศ. ๒๕๕๐ หน้า ๑๓๕ อบจ.แพร่) จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๑๕๒๔ ขอมส่งกองทัพจำนวนหลายหมื่นคนเข้ารุกรานอาณาจักรโยนก และเชียงแสน โดยเข้าตีเมืองต่าง ๆ พร้อมกันพลรัฐนคร(แพร่) ก็ถูกกองทหารขอมโจมตีและเข้าเมืองได้ในวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ได้เผาวัดวาอารามลอกเอาทองคำที่หุ้มพระพุทธรูปและเจดีย์ไปเป็นจำนวนมากจากวัดต่างๆ ในพลรัฐนคร ได้ถูกทำลายยับเยิน จนกลายเป็นวัดร้างไประยะหนึ่ง รวมถึงวัดพงษ์สุนันท์ด้วย จนถึง พ.ศ. ๑๕๕๙ ท้าววังสุพล รวบรวมผู้คนเมืองพลเข้ามาโจมตีขับไล่ ทหารขอมแตกพ่ายหนีไปจนหมดสิ้น แล้วสร้างเมืองบูรณะซ่อมแซมวัดขึ้นใหม่

วัดพงษ์สุนันท์ เป็นวัดที่สร้างอยู่ในเขตกำแพงเมืองเก่า เดิมเป็นวัดร้าง ชื่อ “วัดปงสนุก” ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าสร้างในสมัยใด แต่พบบันทึกว่า เมื่อปี พ.ศ. 2472 ผนังวิหารได้พังทลายลงเพราะเกิดน้ำท่วม ทำสังฆกรรมไม่ได้หลายปี จึงได้มีการบูรณะวัด และสร้างวิหารใหม่ โดยหลวงพงษ์พิบูลย์ และเจ้าสุนันตา มหายศปัญญา พระมหาโกศล อคคธีโร จึงได้เปลี่ยนชื่อวัด เป็น “วัดพงษ์สุนันท์” ตามชื่อหลวงพงษ์พิบูลย์ และเจ้าแม่สุนันตา จนถึงปัจจุบัน และตั้งเป็นวัดประจำตระกูลวงศ์บุรีตั้งแต่นั้นมา

WAD PONG SUNAN
Paying homage to Phra Chao Saen Suk to receive great fortune
Phrapalad Sakdithat Saṁvaro, Dr., the abbot
Wad Pong Sunan, Phrae Province, was built in B.E. 1472 and is currently 1,096 years old (2568). It is the 7th temple built in Phrae Province. Wad Pong Sunan is located at 1 Khamlue road, Nai Wiang Sub-district, Mueang District, Phrae Province. It belongs to Maha Nikaya clergy. This temple was granted Wisungkhamsima (Land granted from Royal family to build temple or other religious building) in B.E. 2499. Total scale of this temple’s land is 1.2 acres and 125.64 square meters. The title deed of this land is title deed no. 16649.
There is assumption made about Wad Pong Sunan that it was built during the reign of Phra Chao Phrom which he was the first Thai ruler, he retrieved independence from Khmer and established kingdom of Thailand approximately in B.E. 1400 before Sukhothai kingdom was established which is the era of nation-building during B.E. 1350-1826 (According to the book 1 “History of Phrae Province” page 135 of version that published in B.E. 2550 by Phrae Provincial Administrative Organization). Until B.E. 1524, Khmer sent an army of ten thousands men to invade Singhanavati Kingdom which they divided this army into many armies, then, attacked many cities at the same time. State of the Phrae also had been invaded by Khmer army which they have entered this city on 6th day of the 11th waxing moon, burned down the temple and peeled the gold that covered lots of Buddha images and pagodas which many temple in this city including Wad Pong Sunan were destroyed and became abandoned temple for some period of time.
Until B.E. 1559, King Wangsuphon gathered citizen of Phon City, and led an army to expel all of Khmer armies. Then, he rebuilt the city and renovated all temples.
Wad Pong Sunan was situated in and area of Ban Wongburi in Kamphaeng Mueang Kao district. Formerly, it was an abandoned temple name “Wad Pongsanook”. There was no evidence when it was built, but there was a record discovered which stated that the wall of Buddha image hall was collapsed due to the flood in B.E. 2472, which inhibited monk from religious rite-performing. After that, in the same year, the restoration of this temple and rebuilt Buddha image hall occurred. An aforementioned event was performed by Luang Pong Phiboon and Chao Sunanta Mahayodpanya, Phra Maha Kosala Aggadhiro, then, they changed temple’s name to “Wad Pong Sunan” after the name of Luang Pong Phiboon and Chao Sunanta which this name is still used now. Moreover, they also chose this temple to be the temple of Wongburi lineage since then until now.
Significant festival-tradition of this temple;
During February of every year, Wad Pong Sunan always arrange water-pouring onto Buddha’s relics festival under the name “Phra That Pong Sunan Manggala-worshipping festival”.

อาณาเขต
ทิศเหนือ ถนนสาธารณประโยชน์
ทิศใต้ ถนนคำลือ
ทิศตะวันออก ถนนคำลือ ซอย ๑
ทิศตะวันตก ทางสาธารณประโยชน์
ปูชนียวัตถุ พระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ไม่ระบุขนาดหน้าตัก พระยืนปางประทานพร พระนอนปางไสยาสน์
พระประธานภายในอุโบสถ

ถาวรวัตถุภายในวัด
อุโบสถ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๑๘ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๗๒
ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้
วิหาร ๑๐๘ ยอด กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๑๘ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๕๕๑
ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๗.๕ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก
ศาลาร่วมใจ กว้าง ๓ เมตร ยาว ๖ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๕๖๑
นอกจากนี้มี หอกลอง จำนวน ๑ หลัง โรงครัว จำนวน ๑ หลัง

โบราณวัตถุและเสนาสนะตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน
พระธาตุพงษ์สุนันท์มงคล เดิมชื่อ พระธาตุหนองเต่าคำ ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดเล็กมีเต่า ๔ ตัว ประดิษฐานอยู่รอบเจดีย์ สร้างในปี พ.ศ. ๒๑๐๑


หลวงพ่อพระเจ้าแสนสุข เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีความสวยงามวิจิตรตามพุทธลักษณะ เป็นศิลปะล้านนา-สุโขทัย สร้างราว พ.ศ. ๑๙๘๔ อายุประมาณ ๕๖๙ ปี (ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๒)

พระบรมสารีริกธาตุ (พระวรกายธาตุ) ประทานโดยสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลสังฆปรินายก ทรงประทานให้เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยสำนักบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ ๒๓ และครอบครัวศิวิลัย สร้างบุษบกประดิษฐานถวายและได้รื้อถอนเพื่อสร้างประดิษฐานถาวรในพระวิหารแก้ว ๑๐๘ ยอด

พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปองค์จำลอง ประดิษฐานไว้ในวิหาร
หลวงพ่อพระพุทธสุรัสวดีประทานพร จัดสร้างโดย ท่านดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี และผู้มีจิตศรัทธาประชาชนทั่วไป ได้พร้อมกันสร้างพระพุทธรูปสุรัสวดีประทานพรขึ้นในโอกาสแม่เจ้าไข่มุกข์ วงศ์บุรี ประชา ศรัยสรเดช มีอายุครบ ๘๐ ปี โดยได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังหราชสกลสังฆปรินายก ทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่พระโมลีพระเกศาของพระสุรัสวดีประทานพร และบรรจุพระผงทองคำหลวงพ่อพระพุทธโกศัยสิริชัยมหาศักยมุนี เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ในสมัยของพระครูศรีวรคุณ (แก้ว อมโร) เป็นเจ้าอาวาส

สมเด็จพระศรีรุ่งเรืองเมืองโกศัย เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์หรือพระนอน มีขนาดความยาว ๑๙ เมตร สูง ๖ เมตร สร้างในสมัยของท่านพระครูศรีวรคุณ (แก้ว อมโร) เป็นเจ้าอาวาส

สมเด็จพระพุทธศากยมุนีบรมบพิตร เป็นพระพุทธรูปปางห้ามพระบรมสารีริกธาตุ (พระวรกายธาตุ) ประทานโดยสมเด็จพระญาณญาติ สร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในโอกาสที่ทรงครองราชย์สมบัติครบ ๖๐ ปี

พระพุทธสมปรารถนา (พระเจ้าทันใจ) ยืนชี้นิ้วแบบพม่า สร้างในสมัยพระครูโกวิทอรรถวาทีในปี พ.ศ.2557

รูปปั้นพระอินทร์ ปั้นในสมัยพระครูศรีวรคุณ และได้บูรณะในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยพระครูโกวิทอรรถวาที โดยมี ดร.ปลอดประสพ-คุณธัญญา สุรัสวดี เป็นเจ้าภาพ
แม่พระธรณี สร้างในสมัยพระครูโกวิทอรรถวาที ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยมี ดร.ปลอดประสพ-คุณธัญญา สุรัสวดี เป็นเจ้าภาพ
กุฏิเจ้าอาวาส เป็นตึก ๒ ชั้น สร้างโดยพ่อเจ้าพรหม-แม่เจ้าสุนันตาวงศ์บุรี สร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้หลวงพงษ์พิบูลย์ พ.ศ. ๒๔๘๐

พระวิหารแก้ว ๑๐๘ ยอด หรือ พระมหาเจดีย์ ๑๐๘ ยอด ดำเนินการวางศิลาฤกษ์ และก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑




อุโบสถหลังใหม่ ใช้ประกอบสังฆกรรมและศาสนพิธีกรรมต่าง ๆ ของทางวัด สร้างโดยแม่เจ้าบัวถา ตลอดถึงศรัทธาสาธุชนทั่วไป ร่วมกันสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๒ สร้างเสร็จปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ประดับลวดลายบนเพดานสวยงามมาก และมีคานเสายึดผนังไว้ ๕ ต้น ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าแสนสุขพระประธานในอุโบสถและพระพุทธรูปที่เก่าสำคัญอีก ๘ องค์



หอธรรมในอุโบสถ หรือ (ธรรมมาสน์) ใช้สำหรับแสดงธรรมมหาชาติเวสสันดรชาดก สร้างโดยหลวงพงษ์พิบูลย์ และแม่เจ้าสุนันตา วงศ์บุรี สร้างถวายอุทิศส่วนกุศลให้แม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา พ.ศ. ๒๔๗๘ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ครอบครัวอุ่นเรือนได้ทำการบูรณะขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

หอไตรปิฎก เดิมอยู่ติดประตูวัดด้านขวา และปั้นสิงห์เฝ้า ๔ ตัว ต่อมาได้ย้ายหอไตรมาไว้ด้านซ้ายของกุฏิเจ้าอาวาส และนำสิงห์ ๒ ตัว ไปไว้หน้าประตูวัด อีก ๒ ตัวชำรุดเสียหายขณะทำการเคลื่อนย้าย ปัจจุบันเก็บรวบรวมคัมภีร์ใบลานไว้ บางส่วนเป็นชาดก ตำนาน และตำราเก่าแก่
ซุ้มประตูมงคล ๑๙ ยอด มีคุณแม่วรรณี วงศ์บุรี พร้อมด้วยบุตร-ธิดา ร่วมกับคณะศรัทธาสร้างถวาย เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ในสมัยของท่านพระครูศรีวรคุณ (แก้ว อมโร) เป็นเจ้าอาวาส และได้บูรณะทาสีใหม่ ในสมัยพระครูโกวิทอรรถวาที มีคุณพ่อวิโรจน์-คุณแม่นิธิมา-คุณเพ่งเพียร เหล่ากำเนิดเป็นเจ้าภาพ


ศาลาการเปรียญศรัทธาปัญญาธร แต่เดิมเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมเป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น ต่อมาได้ชำรุดผุกร่อนไปตามกาลเวลา จึงได้รื้อถอนออกและสร้างศาลาขึ้นแทน

พญาเต่าทองคำ มหาอุปคุตทันใจ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐

พระอุปคุตทันใจ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙

พระมาลัยทันใจ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐
เทศกาล-ประเพณีสำคัญของวัด
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุก ๆ ปี วัดพงษ์สุนันท์ จะมีการจัดประเพณีงานสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ในชื่อ "งานไหว้สาพระธาตุพงษ์สุนันท์มงคล"
พระสีวลี

พระเจ้า ๕ พระองค์

พระครูบาเจ้าศรีวิชัย

ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีต – ปัจจุบัน
รูปที่ ๑ พระครูบาอินทรจักร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๒
รูปที่ ๒ พระครูวิบูลวิริยวัตร ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๗๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๘๒
รูปที่ ๓ พระมหาเมธา ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๘๒ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๕
รูปที่ ๔ พระมหาโกศล อคฺควีโร ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๙๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๙
รูปที่ ๕ พระรักษาการแทนหลายรูปไม่ทราบชื่อ ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๙๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๓๐
รูปที่ ๖ พระครูวิมลปัญญาธร (คำหล้า วรปญฺโญ) ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๓๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๑
รูปที่ ๗ พระครูศรีวรคุณ (แก้ว อมโร) ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๙
รูปที่ ๘ พระครูโกวิทอรรถวาที,ดร(อุดร อุตตรเมธี) ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔
รูปปัจจุบัน พระใบฎีกาศักดิธัช สํวโร ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๖๔ ถึง พ.ศ.ปัจจุบัน
พระปลัดศักดิธัช สํวโร,ดร. เจ้าอาวาสวัดพงษ์สุนันท์ จ.แพร่
เจ้าอาวาสวัดพงษ์สุนันท์


