


ที่ตั้งวัด
วัดบึงขุมเงิน บ้านขุมเงิน ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีเนื้อที่ ๑ แปลง จำนวน ๔ ไร่ ๒ งาน ๙๙ ตารางวา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ทุ่งนาอยู่ทางทิศเหนือของวัด หมู่บ้านอยู่ทางทิศใต้ของวัด
หมู่บ้านยาวขนานไปกับทุ่งจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ๒๘ เส้น วัดตั้งอยู่ระหว่างกลางหมู่บ้าน
ชื่อวัด
ที่ตั้งชื่อว่า วัดบึงขุมเงิน เพราะว่าวันนี้ตั้งอยู่ริมชายทุ่ง ซึ่งมีทางน้ำลึกอยู่เหนือวัดแต่สมัยโบราณพอเข้าฤดูฝน จะมีน้ำขังลึกประมาณ ๑.๕๐-๒.๐๐ ม. ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า "บึง" จะได้ให้ชื่อว่าวัดบึง
ปัจจุบันนี้น้ำตื้นเขินขึ้น ในฤดูฝนน้ำจะลึกประมาณ ๑.๐๐ -๑.๒๐ เมตร หน้าแล้งน้ำขาด ส่วนคำว่าขุมเงินนั้น มีคำเล่าสืบกันมาว่า มีคนโบราณ (อาจจะเป็นพวกขอม) มาขุดเอาแร่เงินตรงที่ตั้งของวัด เมื่อมาตั้งวัดอยู่ก็ปรากฏเป็นขุมอยู่แล้ว
ซึ่งเรียกกันว่า "ขุมเงิน" ลึกประมาณ ๒ เมตร พลูตั้งวัดขึ้นก็ให้ชื่อว่า "วัดบึงขุมเงิน"

ก่อนการสร้างวัดนี้ แต่เดิมมีอยู่วัดหนึ่งคือ “วัดป่าหนองสิม” สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๕ วัดเก่านี้อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ติดกับป่าซึ่งมี “หลวงพ่อ ศรีแก่นไท้” เป็นเจ้าอาวาส เมื่อหลวงพ่อ ศรีแก่นไท้ ได้ถึงมรณภาพ ก็ได้มีเจ้าอาวาส สืบต่อกันมาดังนี้
๑.หลวงพ่อฮังกะฮอก เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ท่านมีความดำริว่า วัดป่าหนองสิม ไม่เหมาะสมจึงได้ย้ายวัดมาตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน เพื่อจะได้ใกล้กับหมู่บ้าน สะดวกต่อการต้อนรับญาติโยมและปัจจัยอันสมควร คือวัดบึงขุมเงิน
ปัจจุบันนี้ตั้งแต่วันที่ ๗ เดือน มกราคม พ.ศ.๒๔๑๒
มีอาณาเขตกว้าง ๒ เส้น ยาว ๒ เส้น มีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ท่านได้สร้างกุฏิเป็นเสาไม้ถากกลม มุงด้วยหญ้าแฝก ฝาสานด้วยใบไม้ไผ่ ปูด้วยกระดานถากด้วยขวาน ทรงแบบเรือนไทย ท่านได้ถึงมรณภาพเมื่อ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๑๕
๒.ญาคูหลักคำ เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ได้มีการก่อสร้างสืบต่อดังนี้ สร้างโบสถ์ ก่อด้วยอิฐก้อนใหญ่ กว้าง ๓ วา ยาว ๔ วา ฉาบด้วยยางบงผสมแกลบ และน้ำอ้อย มุงด้วยหญ้าแฝก เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๓๕ และสร้างศาลาด้วยเสาไม้แก่น ถากกลมจำนวน ๘ ต้น มีระเบียงรอบเป็นศาลาที่ไว้ทำกิจชัวคราว
-ซ่อมแซมกุฏิหลังเก่า ทำเป็น ๓ ห้อง แบบเรือนไทย ญาคูหลักคำได้ถึงมรณภาพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๔๖
๓. ญาคูพา เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๔๖ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๖๑ ไม่มีการปฏิสังขรณ์วัด ญาคูพาได้ถึงมรณภาพเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๑
๔. ญาคูคำมา เจ้าอาวาสรูปที่ ๔ มีการปฏิสังขรณ์วัดดังต่อไปนี้
-สร้างโบสถ์ไว้เดิม เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๔๖๖ ทำด้วยเสาไม้แก่นก่อด้วยอิฐเผา ฉาบด้วยผงผสมแกลบ มุงด้วยกระดานไม้
-สร้างกุฏิใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๗ เป็น ๓ ห้อง เสาไม้แก่นถากกลม ซื่อคร่าวจันทัน ระแนงถากด้วยขวาน มุงด้วยหญ้าแฝก ฝาไม้ ปูด้วยกระดานที่ถากด้วยขวาน
-สร้างศาลาหลังแทนหลังเดิมที่ชำรุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๕ ด้วยเสาเหลี่ยม ถากด้วยขวาน มีเสาทวน ๘ ต้น เสาระเบียง ๑๘ ต้น ปูด้วยกระดาน ถากด้วยขวานหลังคา ๒ ชั้น มุ่งด้วยกระดานไม้
-สร้างกุฏิใหม่ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๘๑ เป็น ๒ ห้องมีมุขตรงกลาง เสาไม้แก่นฉากกลม ขื่อ ตง คาน คร่าว จันทัน เป็นไม้เลื่อยด้วยมือ ฝากระดานตั้ง มุงด้วยสังกะสี ญาดูคำมา ได้ถึงมรณภาพเมื่อ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๖
๕.ญาดูหมัน เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๕ สืบต่อมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖ ได้ปฏิสังขรณ์วัด ดังนี้ -ซ่อมแซมหลังคาโบสถ์ เป็นจากไม้กระดาน มาเป็นมุงด้วยสังกะสี เมื่อ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๐
-ซ่อมแซมหลังคาศาลา เปลี่ยนจากไม้กระดานมุงมาเป็นมุงด้วยสังกะสี เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ญาคูหมันได้ถึงมรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ ๒๔๙๓
๖.ญาดูน้อย เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๕ ในระยะนี้ได้มีการปฏิสังขรณ์วัดดังต่อไปนี้ สร้างกุฏิใหม่ ๒ หลัง คือ
หลังที่ ๑ สร้าง ๓ ห้อง มีมุขตรงกลาง เสาไม้แก่นถากเป็นสี่เหลี่ยม ฝาไม้กระดานตั้ง มุงด้วยสังกะสี
หลังที่ ๒ นายประสงค์ ประสมศรี สร้างถวายแบบมุขข้าง มี ๓ ห้อง บังใบด้วยกระดานไม้ มุงด้วยกระเบื้อง ญาดูน้อยย้ายสำนักไปอยู่ที่อื่นในปี ๒๔๙๖
๗.ญาคูคูณ เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๗ สืบต่อมา เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๖ ได้ปฏิสังขรณ์วัดดังต่อไปนี้
สร้างศาลาการเปรียญโดยใช้เสาคอนกรีตทั้งหมด เสาทวน ๑๐ ต้น เสาระเบียงโดยรอบ ๑๘ ต้นคานคอนกรีต หลังคา ๓ ชั้น มุงด้วยสังกะสี ปูด้วยกระดานไม้ของหลังเดิม เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖
-ขยายอาณาเขตวัด โดยมี นายสิงห์ สังคะลุน และนางน้อย แก่นของ ได้บริจาคที่ดินจำนวน ๑ ไร่ และพ่อพรมมา แม่สิมหา ประสมศรี ได้สละที่ดินบริจาค (ตรงกุฏิน้อยปัจจุบัน) ประมาณ ๑ แปลง
-สร้างกุฏิ ๑ หลัง เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นเสาคอนกรีต ต่อด้วยไม้ ทรงบังกะโล ๓ ห้อง มุงด้วยสังกะสี ญาคูคูณได้ถึงมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๒
๘.พระครูวรธรรมสถิต (ญาคูเพียร) เจ้าคณะตำบลขุมเงิน กิตติมศักดิ์เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๘ สืบต่อมา เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๓,ในระยะนี้ได้ปฏิสังขรณ์หลายอย่าง เช่น ศาลาการเปรียญวรธรรมนุสรณ์ โบสถ์ เมรุ กุฏิ ฯลฯ
(รายละเอียดดูประวัติของท่าน) ญาูเพียรได้มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๑- มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๙
๙.พระครูจันทธรรมพินิจ (ญาคูพิน) เจ้าคณะตำบลขุมเงินรูปปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน
พระประธานภายในอุโบสถ




อุโบสถ





พระประธานภายในศาลาการเปรียญ


ศาลาการเปรียญ


ท้าวเวสสุวรรณ








หอระฆัง






พระครูจันทธรรมพินิจ
เจ้าอาวาสวัดบึงขุมเงิน


















