

โบราณสถานวัดโพธิ์เจติยาราม (เหล่าฮก) ตั้งอยู่ที่บ้านเหล่าฮก ตําบลหนองผือ อําเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด วัดพระธาตุเหล่าฮก ภายในวัดมีโบราณ สถานที่สําคัญ คือ สิม (อุโบสถหลังเก่า) ไม่ระบุปีที่สร้าง ลักษณะเป็นสิมทึบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ภายในสิมประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ด้านทิศเหนือของสิมเป็นที่ตั้งของพระธาตุ ที่เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ แล้วเสร็จ ๒๔๗๐ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกําแพงแก้วล้อมรอบ นอกจากนี้ยังมีธาตุอีก ๒ องค์ ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกรอบพระธาตุ จากการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีและรูปแบบศิลปกรรม สันนิษฐานว่าโบราณสถานแห่งนี้จัดอยู่ในศิลปะแบบพื้นถิ่นอีสานฝีมือช่างญวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕
โบราณสถานวัดโพธิ์เจติยาราม (เหล่าฮก) มรดกสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและร่องรอยประวัติศาสตร์แห่งเมืองสรวง
วัดโพธิ์เจติยาราม หรือ “วัดเหล่าฮก” ตั้งอยู่ที่บ้านเหล่าฮก ต.หนองผือ อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ถือเป็นศาสนสถานที่มีความสำคัญยิ่งในด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความศรัทธาของชาวอีสานในอดีต
ประวัติความเป็นมาและที่มาของนามพระราชทาน
การก่อตั้ง : วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2356 (รัชกาลที่ 2) โดยชาวบ้านได้ร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจ เดิมมีชื่อว่า “วัดพระธาตุเหล่าฮก” และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2376
ความหมายเชิงนิรุกติศาสตร์:
เหล่า หมายถึง ป่าละเมาะหรือที่ดินที่เคยแผ้วถางทำไร่แล้วทิ้งร้างไว้
ฮก หมายถึง รกชัฏ
ชื่อ “เหล่าฮก” จึงสื่อถึงสภาพภูมิประเทศดั้งเดิมที่เป็นป่ารก ต่อมาเมื่อมีการสร้างอุโบสถหลังใหม่และพัฒนาวัด จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดโพธิ์เจติยาราม” (วัดที่มีต้นโพธิ์และพระเจดีย์)
หลักฐานสำคัญจากการขุดตรวจทางโบราณคดี
นักโบราณคดีได้ทำการขุดตรวจ (Trench) จนถึงชั้นดินระดับฐานราก พบหลักฐานที่ระบุอายุสมัยได้ดังนี้
เครื่องถ้วยต่างประเทศ พบเศษเครื่องถ้วยลายครามจากจีน (สมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย – สาธารณรัฐจีน) และเครื่องถ้วยญี่ปุ่น (สมัยไมจิ) แสดงถึงการเข้ามาของสินค้าต่างประเทศในช่วงรัชกาลที่ ๕-๖
ประติมากรรม พบเศษชิ้นส่วนปูนปั้นที่ใช้ประดับองค์พระธาตุและสิม รวมถึงชิ้นส่วนพระพุทธรูปไม้
หินอ๊อบซิเดียน พบหินภูเขาไฟสีดำ ซึ่งคาดว่าอาจถูกนำมาจากบริเวณใกล้พนมรุ้ง (บุรีรัมย์) สะท้อนถึงการเคลื่อนย้ายวัสดุจากต่างถิ่น
ของใช้ในอดีต พบช้อน ขัน จาน ตะคันดินเผา และเหรียญกษาปณ์ยุคต่างๆ
กระบวนการบูรณะ (อนุรักษ์ตามหลักวิชาการ)
ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะครั้งใหญ่:
งานโครงสร้าง สกัดปูนฉาบที่เสื่อมสภาพ ก่อเสริมอิฐในส่วนที่ชำรุด และใช้ “ปูนตำ” (เทคนิคโบราณ) ในการขัดขาว
งานสิม เปลี่ยนไม้โครงสร้างหลังคาที่ผุพัง ซ่อมแซมวงกบประตูหน้าต่าง และทำทางระบายน้ำรอบอาคารเพื่อป้องกันความชื้นเข้าสู่ฐานราก
การปรับภูมิทัศน์ มีการทำกำแพงกันดินและโรยหินกรวดรอบโบราณสถานเพื่อป้องกันการทรุดตัวและให้เกิดความสวยงาม
โบราณสถานแห่งนี้จัดอยู่ใน "ศิลปะแบบพื้นถิ่นอีสานฝีมือช่างญวน" ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ ซึ่งเป็นยุคที่ช่างชาวเวียดนาม (ญวน) มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์พุทธศิลป์ในแถบภาคอีสานร่วมกับช่างท้องถิ่น ทำให้เกิดรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

พระประธานภายในอุโบสถ



อุโบสถ



พระธาตุคัมภีร์

พระธาตุคัมภีร์ (โบราณสถานหมายเลข) เริ่มสร้าง พ.ศ. ๒๔๖๔ สำเร็จ พ.ศ. ๒๔๗๐ โดยการนำของพระครูสนธิ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และลานประทักษิณสำหรับเวียนเทียน
ลักษณะเด่นคือองค์ระฆังทรงแปดเหลี่ยม มีการประดับปูนปั้นและทาสีตามหลักฐานดั้งเดิม
ธาตุบริวาร (องค์ทิศเหนือและทิศตะวันออก) เป็นสถูปขนาดเล็กทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส (กว้างประมาณ ๑.๗๐ ม.) สันนิษฐานว่าใช้บรรจุอัฐิของบุคคลสำคัญหรือพระเถระในอดีต


สิม(อุโบสถหลังเก่า)


สิม (อุโบสถหลังเก่า – โบราณสถาน) เป็น “สิมทึบ” ก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๓ ห้อง (กว้าง ๔.๑๐ ม. ยาว ๖.๓๕ ม.)
ฐาน: เป็นฐานบัว (เอวขัน) ประกอบด้วยฐานเชียงและลูกแก้วอกไก่
หลังคา: เดิมมุงสังกะสี (จากการบูรณะภายหลัง) มีโครงสร้างยกคอสอง ประดับด้วย “โหง่” (ช่อฟ้า) ทำจากไม้ 5 ตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ช่างศิลป์พื้นถิ่น
ภายใน: ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะพื้นถิ่น

พระประธานภายในศาลาการเปรียญ



ศาลาการเปรียญ




เจ้าอาวาสวัดเหล่าฮก

ลำดับเจ้าอาวาสยุคต้น
รูปที่ ๑ พระมา พุทธสโร (พ.ศ. ๒๓๕๖ -๒๓๙๓)
รูปที่ ๒ พระโบ ปิยธมฺโม (พ.ศ. ๒๓๙๓-๒๔๒๕)
รูปที่ ๓ พระขันติ กลยาโณ (พ.ศ. ๒๔๒๕-๒๔๖๒)
ยังมีการกล่าวถึง พระครูสนธิ ซึ่งปรากฏนามในจารึกบริเวณด้านทิศตะวันตกของพระธาตุ โดยท่านเป็นผู้นำร่วมกับคณะสงฆ์และชาวบ้านในการจัดสร้างพระธาตุขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๔ และดำเนินการจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๗๐

ศาลาพุทธประชาร่วมใจ



วังมัจฉา






กดด้านล่างเพื่อดาวน์โหลดเอกสาร
